Yaakomu - ordinary 19 years old girl
Film-maker student
Silpakorn University,Thailand

This blog is a compilation of my daily capture.
freespiritbike:

this took way to long to make.  it’s a bikini dog doing a sexy dance for you.  

ทำไมไม่ทำอันนี้ส่งอาจารย์ไทกิไปเลย จะมีหลายอันเพื่อใคร โอ้ะ

hopes, dreams, and plans for the next 365 days

หวังว่าปิดเทอมหกเดือนจะมีงานทำมีเงินเก็บ แล้วปีนี้ย้ายหอใหม่หวังว่าจะมีระเบียบและจัดการกับชีวิตได้ดีขึ้นกว่านี้

ส่วนฝันนี้ยังไง คือถ้าวันไหนฝันเป็นจริงก็ไม่เรียกฝันป่ะ ต้องเป็นเรื่องที่ยังเป็นไปไม่ใช่ป่ะ คืออยากมีธุรกิจของตัวเอง อาทิเช่น ขายไอติมหลอดสูตรตัวเอง เปิดร้านเหล้าเล็กๆที่เราเล่นดนตรีกับเพื่อนๆเอง นุ่งโจงกระเบนปั่นจักรยานขายเมี่ยงคำไม้ละ20 

แพลนนี้เขียนไว้ตั้งแต่ปีก่อน ตอนนี้ก็ยังไม่บรรลุ แต่ปีนี้จะทำให้สำเร็จ(นี้ก็อาจเป็นฝัน) คือ
- จะไปทำใบขับขี่
- จะปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง พวกสลัดงี้ คะน้างี้
- จะฝึกภาษาที่สาม
- จะออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยก็อาทิตย์ละสามครั้ง ซิคแพ็คต้องมี
- จะต้องมีบิ้กคลีนนิ่งเดย์สำหรับหอใหม่ และจะไม่ทำมันรกตลอดการมีชีวิตอยู่ที่นั้น
- จะไว้ผมยาว

Dreams (4)

เราอยู่ในโรงเรียนประถม ที่ล้อมรอบด้วยทุ่งนา ช่วงนั้นมีประกวดรำไทย ทำให้ทุกเช้าเราต้องพาวัว 10 ตัวออกไปเดินเล่นไม่งั้นเราจะแพ้การประกวด มีวันนึง เราแกะกุญแจสิบดอกจากปลายเตียงเตรียมลงไปหาวัว ระหว่างทางลงก็มีเด็กคนนึงวิ่งตามเราเพราะรองเท้าหายแล้วคิดว่าเราเป็นคนขโมย

เมื่อถึงข้างล่างก็พบว่าโรงเรียนกำลังเริ่มพิธีเปิดแล้ว เรามองเห็นแม่ กำลังเดินมาแต่ไกล เลยรีบหลบเพราะถ้าแม่รู้ว่าเราต้องมาจูงวัวต้องโกรธมากแน่ แล้วอยู่ๆแม่ก็เดินไปหน้าเวทีนั่งลงข้างผอ. คนทั้งงานก็ตกใจ ยามเดินมาบอกแม่ว่านั่งไม่ได้ แม่ลุกขึ้นหันมาเจอเราที่ซ่อนตัวอยู่ในวงอังกะลุง

จากนั้นเราก็สดุ้งตื่น

Dreams (3)

image

เราอยู่ในร้านกาแฟกับเพื่อนๆ จำไม่ได้ว่ามีใครบ้างแต่มีฟาง ตอนนั้นก็นั่งทำงานกัน เราสังเกตได้ว่ามีผู้ชายท่าทางแปลกๆแต่งตัวไม่น่าไว้ใจ เดินวนไปวนมารอบร้าน แล้วก็มองมาที่โต๊ะเราบ่อยมาก ไม่นานไอ่ผู้ชายคนนั้นก็วิ่งเข้ามาหยิบกระเป๋าตังค์ของฟางไปจากกระเป๋ากระโปรง เราตกใจมากรีบวิ่งตามผู้ชายคนนั้นไป ทันทีที่ออกมาจากร้านกาแฟก็พบว่าตัวเราอยู่ท่ามกลางตึกรกร้างที่มีหญ้าขึ้นสูงเต็มไปหมด ยังกะเกาะฮาจิมะยังไงอย่างงั้น ผู้คนก็ดูเดินกันแบบไร้เรี่ยวแรง ไม่มีชีวิตชีวา เราวิ่งตามชายคนนั้นไป ตะโกนร้องให้คนช่วย “ขโมยค่ะ! ช่วยจับขโมยหน่อยค่ะ!” ไม่มีใครสนใจเราเลยสักคน เราวิ่งจนรู้สึกว่าตัวเองบินได้ ใช่เราบินได้ เราบินวนเข้ามาในร้าน เห็นฟางยังนั่งไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรที่โดนขโมยกระเป๋าตังค์ เราบินตามขโมยต่อ จนมันจนมุม แล้วตำรวจก็มาจับ จากตอนแรกที่เป็นผู้ชายโจรคนนั้นกลายเป็นป้าแก่ๆคนนึง แกหันมามองหน้าเราแล้วบอกว่า “กูจะมาเอาคืน” ตำรวจล๊อคแขนป้าแล้วตรวจพบยาบ้าที่แกซ่อนไว้

ภาพตัดมาอีกทีเรากำลังบินไปรอบๆเมืองร้างนี้ มีตึกนึงที่ดูไปดูมาโครงสร้างมันคุ้นตาเรามาก มันเหมือนกับโรงยิมที่โรงเรียนเราตอนม.ปลาย เราบินเข้าไปในนั้น มองเห็นผู้ชายสองคนผมยาวกระเซ่อะกระเซง แล้วอยู่ดีๆเราก็ตกลงพื้น เสียงดังจนทำให้ผู้ชายสองคนนั้นหันมาจ้องเรา เขาท่าทางเหมือนคนโรคจิตที่กำลังจะโจมตีเหยื่อ ตอนนั้นจะหนีก็หนีไม่ได้ เขาสองคนก็เข้ามาใกล้เราทุกที เราลุกขึ้นตั้งสติแล้วตะโกนบอกเขาให้ใจเย็น อย่าทำอะไรเรา และดูเหมือนสองคนนั้นจะไม่ฟังคำพูดอะไรเลย เราชี้ไปที่จานข้าวที่วางอยู่มุมทางโค้งออกนอกโรงยิม เราบอกเขาสองคนให้แข่งกันกิน ใครกินหมดก่อนค่อยมาจับเรา ชายสองคนนั้นก็รีบวิ่งไปกินข้าว เราได้จังหวะถีบตัวสุดแรงเกิดให้ตัวลอยขึ้น จากนั้นเราก็บินออกไป 

พ้นประตูโรงยิมออกมา เราก็พบว่าป้าติดยาที่ขโมยกระเป๋าตังฟางกำลังไล่ตามเรามา ไม่รู้ป้าแกมาจากไหน แต่คราวนี้ป้าแกบินได้ด้วย เราตกใจมากรีบวิ่งสุดชีวิต ใช่เราวิ่ง จะบอกว่าบินก็ไม่ได้เพราะความรู้สึกเราตอนนั้นคือ กำลังวิ่งอยู่บนอากาศ เราวิ่งร้องให้คนช่วย และแน่นอนไม่มีใครสนใจเรา เราวิ่งกระโดดผ่านดาดฟ้าตึกร้าง วิ่งลอดผ่านกรงเหล็กที่มีกว้างกว้างไม่ถึง1 ฝ่ามือ เราไม่รู้เราทำได้ยังไง แต่ที่รู้คือต้องหนีป้าให้ได้ ต้องหนีให้พ้น เราหันมาก็ยังพบว่าป้าแกยังตามมาติดๆ เราคว้าคนที่เราวิ่งผ่านโยนไปข้างหลังหวังว่าจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้ป้าตามได้ทัน 

จำไม่ได้แล้ว จบ .

Dreams (2)


เราไปรับน้องที่วิทยาเขตเพรชบุรี แล้วก็ไปเยียมลุงดรรมที่ขอนแก่น พอตอนจะกลับกรุงเทพเราก็ขยายร่างแล้วเดินก้าวเดียวถึงกรุงเทพเลย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ลืมกระเป๋าตังไว้ที่เพรช เลยต้องกลับไปเอา เราขยายร่างไม่ได้แล้วเราเลยต้องเดินไปเพรชบุรี 


ระหว่างทางไปเพรชคือร้อนมากมีทะเลทรายด้วย เดินไปคนเดียวทรมานสุดๆ ลมพัดจนทรายเข้าตา ตอนเห็นป้ายหน้ามอ.นี้อารมณ์เหมือนเห็นโอเอซิส เราก็เขัาไปเอากระเป๋าตังเพื่อนก็ทักทายว่ามาทำอะไรเพิ่งกลับไปเมื่อวานเอง จากนั้นเราก็เดินกลับกทม. พอกลับถึงบ้าน ก็หาโทสับไม่เจอ นึกขึ้นได้ว่าลืมไว้ที่บ้านลุงดรรม ตอนนั้นตกใจมาก กังวลว่าถัาแม่รู้แม่ด่าแน่ๆ ขอนแก่นนี้ไกลว่าเพรชบุรีอีกจะเดินไปยังไง แต่เราก็ตัดสินใจเดินไป 

เราออกจากบ้านไปปุ๊บก็เจอถนนที่สองข้างทางเป็นสวน แล้วเจอกวางตัวนึง มันก็เดินไปเป็นเพื่อนเรา เราคุยกับเขารู้เรื่องดัวยทั้งๆที่มันไม่พูดสักคำ ไม่รู้ว่าเขัาใจได้ยังไง เขาบอกเขาหิว เราก็เลยแวะแมคโดนัลกัน คนในร้านก็มองกันที่เราเดินมากับกวาง เราก็สั่งเบอเกอร์ไปแล้วสั่งเฟรชฟรายให้กวาง รู้สึกเหมือนจะไม่ได้กิน สั่งเสร็จเดินออกจากรัานเลย เราไปถึงบ้านลุงดรรมแลัวก็หยิบโทสับมา ตอนออกจากบ้านลุงมาตันไม้ของนอกล้มระนาวลมพัดแรง เรากับกวางก็เลยพากันวิ่ง ตอนเราวิ่งอยุก็มีนัำไหลตาม เหมือนน้ำท่วม เราเลยปีนขึ้นไปบนเขื่อนข้างทาง แต่พอหันมองรอบตัวอีกทีนัองกวางก็หายไปแล้ว

Dreams (1)

วันนั้นเป็นวันเปิดเทอม เรายืนอยู่หน้าโรงเรียน ไม่กล้าเข้าไปเพราะผมเป็นสีทอง เรายืนส่องโรงเรียนผ่านช่องเล็กๆของกำแพงอยู่นานมาก จนตัดสินใจเดินไปซื้อยาย้อมผมดำที่ร้านป้า มาย้อมด้วยการแกะกล่องแล้วป้ายยาลงบนหัว แค่นั้นผมเราก็ดำทั้งหัวเลย จากนั้นเราก็เข้าโรงเรียนไป พ่อเรายืนอยู่หน้าโรงเรียนแล้วบอกว่า ดีมากลูกผมดำแล้ว เราเข้าโรงเรียนไป ทุกคนก็มองแล้วพูดชื่นชมเราว่า ดีจังยาผมสีดำแล้ว จนเราเดินไปเข้าแถวกลางสนาม เพื่อนจ.ที่นั่งข้างหน้าก็หันมาแบ่งขนมให้เรากิน ตอนนั้นแดดร้อนมาก

รั้วบ้านนี้สีสวยจัง ไม่ใช่บ้าน คือไรไม่รู้ แต่รั้วสวย
rimlight